![]() |
เซลล์และการแบ่งตัว
หากเซลล์แต่ละเซลล์แข็งแรงจะส่งผลให้อวัยวะนั้นๆ แข็งแรง โดยในแต่ละอวัยวะจะทำหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น
· หัวใจมีหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกาย หากเซลล์ หัวใจแข็งแรง จะส่งผลให้หัวใจทำงานโดยการสูบฉีด โลหิตได้ดีขึ้น
· ปอดมีหน้าที่ฟอกโลหิต หากเซลล์ปอดแข็ง แรงจะส่งผลให้ปอดทำงานโดยการฟอกโลหิตได้ดีขึ้น
· ไตมีหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกาย หากเซลล์ไต แข็งแรง จะส่งผลให้ไตทำงานโดยการขับของเสียได้ดีขึ้น แต่หากเมื่อใดที่เซลล์ของอวัยวะนั้นๆ ทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ก็จะก่อให้เกิดเป็นโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมาได้
· กระดูกมีหน้าที่ ค้ำยันเป็นโครงสร้างร่างกาย เมื่อเซลล์กระดูกเสื่อมลง บางลง จึงทำให้กระดูกแตกหักง่าย
· เส้นเลือดหากเซลล์เส้นเลือด ไม่แข็งแรงยืนหยุ่นได้ไม่ดีจะทำให้เส้นเลือดแข็งตัว เกิดเส้นเลือดเปราะ ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และทำให้เส้น เลือดแตกได้
· ระบบกล้ามเนื้อ หากเซลล์กล้ามเนื้อแข็งแรงจะช่วยค้ำกระดูกได้ดีขึ้น เช่น หากกล้ามเนื้อบริเวณกระดูก คอไม่แข็งแรงจะมีโอกาสทำให้กระดูกคอทรุดได้
- ตา หากเซลล์ตาเสื่อม จอประสาทตาเสื่อมจะทำให้มีปัญหาทางสายตา
- กรณีที่หู หากเส้นประสาทไปเลี้ยงหูไม่ดีจะทำให้หูตึง เป็นต้น
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าเหล่านี้คือโรคของความเสื่อมของอวัยวะทั้งสิ้น ซึ่งส่วนมากจะเกิดกับผู้ที่มีอายุ ทั้งนี้ก็ด้วยวัย (เป็น ความเสื่อมของเซลล์ตามปกติ) จากสิ่งแวดล้อมที่เป็นพิษรอบๆ ตัวเราและจากการดำเนินชีวิตนั้นเองแต่มา ณ บัดนี้ เซลล์ที่เสื่อมไปสามารถซ่อมแซมให้กลับมาทำงานได้อีกด้วยวิชาการแพทย์ชีวโมเลกุล วิธีการนี้นอกจากจะทำลายเชื้อทุกชนิดแล้ว จะทำให้เซลล์สูญเสียลักษณะเฉพาะทางสปีชี่ส์ของเซลล์
กล่าวคือระบบ ภูมิคุ้มกันไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม (จึงไม่มีการต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกัน ปราศจากการแพ้โดยสิ้นเชิง) แต่ยังคงสภาพทางด้านความจำเพาะเจาะจงต่ออวัยวะไว้อยู่อย่างครบถ้วนกล่าวคือ สารชีวโมเลกุลที่สกัดได้จะมีคุณสมบัติซ่อมแซมเซลล์อย่างจำเพาะเจาะจง เช่น ชีวโมเลกุลจากเซลล์ตับของสัตว์ก็ซ่อมแซมตับในร่างกายมนุษย์ ทำให้นอก จากได้ผลในการรักษาแล้วยังปลอดภัยมากอีกด้วย จึงไม่เคยปรากฏอาการAnaphylactic shock ซึ่งเป็นจุดอ่อนของ การฉีดโปรตีนทั่วไป
ความสำเร็จของนายแพทย์คาลล์ กลายมาเป็นความหวังสำหรับคนธรรมดา ที่แม้ไม่ได้เป็นผู้มีชื่อเสียงมีเงินทองมาก มาย ก็สามารถเข้าถึงการรักษาที่ได้ผลอัศจรรย์นี้ได้ และรัฐบาลเยอรมันก็ได้ขึ้นทะเบียนยาที่ทำจากชีวโมเลกุลจำนวน 100 ตำรับ เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1950และใช้รักษาโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ทุกชนิดอย่างได้ผลมาจนถึงทุกวันนี้ รักษาโรคอะไรได้บ้าง รักษาได้ทุกโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อมของอวัยวะ เมื่ออวัยวะส่วนใดเสื่อมนั้น ก็หมายความว่าเซลล์ ซึ่งเป็นส่วนประกอบ เล็กๆ ของอวัยวะนั้นๆ เสื่อมนั่นก็คือ มันเสื่อมที่เซลล์นั้นเอง
แต่เนื่องจากการแพทย์ชีวโมเลกุลสามารถซ่อมแซมเซลล์ ที่เสื่อมได้ แต่ทั้งนี้เซลล์นั้นต้องเป็นเซลล์ที่ยังไม่ตาย กล่าวคือเซลล์นั้น อาจทำงานได้ไม่เต็มที่ เป็นเซลล์จำศีลเป็นเซลล์ ที่เสื่อมแต่ต้องยังไม่ตายโดยหากได้มารักษาตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อตอนเซลล์ยังเสื่อมไปไม่มาก จะใช้ระยะเวลาในการซ่อม เซลล์ได้เร็ว และได้ประสิทธิผลกว่าเมื่อเซลล์นั้นเสื่อมไปมากแล้ว ตัวอย่างโรคที่รักษาได้ด้วยการแพทย์ชีวโมเลกุล : โรคหัวใจขาดเลือด ลิ้นหัวใจรั่ว หัวใจเต้นผิดจังหวะหัวใจพิการ แต่กำเนิดโรคเบาหวาน (ชนิดที่ 1 และ 2) ภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะความดันโลหิตต่ำ โรคไต โรคตับ โรคหู โรคตาต้อหิน ต้อ กระจก โรคกระเพาะอาหาร โรคผิวหนัง สะเก็ดเงิน ผื่นผิวหนัง ผื่น อักเสบเรื้อรัง โรคเลือดโลหิตจาง ปวดเส้น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดตามข้อกระดูก กระดูกพรุน เข่าเสื่อม ปวดคอ ปวดเอว ปวด หลังอัมพฤกษ์ อัมพาต ความพิการทางสมอง โรคสมองฝ่อ สมอง เสื่อม ความจำเสื่อม (Alzheimer) ภาวะปัญญาอ่อน (Mental Retardation) ความผิดปกติทางการสื่อสารและอารมณ์ (ออทิส ติก) โรคดาวน์ซินโดรม โรคพาร์กินสัน (Parkinson) ไมเกรน โรค เครียด โรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันไวเกิน โรครูมาตอยด์ โรค SLE (โรคพุ่มพวง) สิว ฝ้า โรคความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ วัย ทอง ภาวะมีบุตรยาก สมรรถภาพทางเพศอ่อนเพลีย โรคริดสีดวงทวาร และโรคจากความเสื่อมทุกอย่าง ทำให้คนมีอายุยืนยาว 120 ปี ได้จริงหรือ
สมัยก่อนเวลาอวยพรให้แก่กัน มักกล่าวว่า “ขอให้อยู่ถึงร้อยปี” แต่ปัจจุบัน ถ้ามีคนกล่าวว่า “ขอให้มีอายุยืนยาวถึง 120 ปี” คงไม่ได้เป็นแค่คำอวยพรอีกต่อไป เพราะความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ที่จะต่อสู้ให้ชีวิตมนุษย์เรายืนยาว ตามธรรมชาติของอายุขัยคืออยู่ได้ 120 ปี (Life Circle) นั้น มีมานามแล้วจากการศึกษาประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ และของนักชีววิทยาจนกระทั่ง ศ.นพ.พอล นีฮาน พบว่า “เซลล์ซ่อมเซลล์” หรือการทำให้เซลล์ของมุนษย์แข็งแรงยืนนาน นั้น คือคำตอบที่ชัดเจน เซลล์ต่างๆ ในร่างกายมนุษย์มีการแบ่งตัวเพื่อสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนอยู่ตลอดเวลา โดยอาศัยเซลล์เก่าเป็นต้นแบบ
โครงสร้างโมเลกุลที่อยู่ภายในเซลล์มีความสำคัญอย่างมากต่อการซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอ
หากจะเปรียบเทียบการซ่อม แซมเซลล์กับการปั๊มตรายาง คุณภาพของงานพิมพ์ตรายางจะขึ้นอยู่กับ 2 ส่วนคือ ตรายางกับแป้นหมึก หากตรายาง เสียหายไปจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือจากความชรา ก็ย่อมทำให้งานพิมพ์ออกมามีความบกพร่อง หรือแม้ตรายางปกติดีแต่ แป้นหมึกแห้งก็ย่อมจะทำให้งานพิมพ์ตรายางนั้นด้อยคุณภาพ โดยปกติเซลล์จะค่อยๆ เสื่อมลงตามธรรมชาติ ร่างกายจะเกิดการเสื่อมของอวัยวะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตาม ปกติ บางครั้งเสื่อมจนเกิดเป็นโรค จะเห็นได้ว่าคนเราเริ่มป่วยตอนแก่มากกว่าตอนเป็นเด็ก เพราะอวัยวะไม่สามารถทำ หน้าที่ได้ดังเดิมจนเกิดเป็นโรคของอวัยวะนั้น ๆ เช่นโรคหัวใจ โรคไต โรคสมองเสื่อม ฯลฯ การแพทย์ชีวโมเลกุลได้รับการพิสูจน์จากห้องปฎิบัติการมาแล้วนับไม่ถ้วน ว่าช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอและเสียหาย ให้ดีขึ้น เปรียบเหมือนกับทำให้ตรายางและแป้นหมึกมีคุณภาพดีขึ้นใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่า
ตามปกติวงจรชีวิต ของเซลล์มนุษย์ทั่วไปมีการแบ่งตัวราว 50-60 ครั้ง การแพทย์ชีวโมเลกุลช่วยเพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์มนุษย์เพิ่มขึ้นไป กว่าเดิมอีก 4-6 ครั้ง ซึ่งก็หมายความว่าทำให้อายุมนุษย์ยืนยาวขึ้นแข็งแรงขึ้น และให้มีชีวิตอยู่ได้ถึง 120 ปี
ม่ การใช้สเต็มเซลล์จากตัวอ่อนเอมบริโอของมนุษย์ ซึ่งมีสรรพคุณสูงสุดในกลุ่มสเต็มเซลล์แต่ได้รับ การต่อต้านอย่างรุนแรงทางสังคมเพราะต้องมีการทำลายชีวิตของเอมบริโอ ทำให้การวิจัยและพัฒนาเรื่อง การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ต้องชะงักอยู่นาน อีกทั้งการขยายพันธุ์ของสเต็มเซลล์ ซึ่งเอามาเพาะเลี้ยงใน ถาดเลี้ยงเชื้อก็เพิ่งสำเร็จในปี พ.ศ. 2541 นี้เองางในร่างกายจะแนะนำหรือ ชักจูงให้มันตื่นตัวออกมาทำงาน
นับจากปีพ.ศ. 2541 เป็นต้นมา งานวิจัยสเต็มเซลล์รุดหน้าอย่างรวดเร็ว มีรายงานออกมา มากมายจากทุกสถาบันการศึกษาเป็น Talk of the world ของสังคมวิทยาศาสตร์ สเต็มเซลล์สามารถ นำไปเพาะเลี้ยงเพิ่มทั้งจำนวนและปริมาณได้ถาดเลี้ยง ทั้งยังสามารถบังคับให้พัฒนาเป็นเนื้อเยื่อที่ เฉพาะเจาะจงตามที่ร่างกายหรือแพทย์ต้องการได้อีกด้วยเอามาซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพหรือ เสียหายจึงเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดเพื่อคืนความเป็นหนุ่มสาว นอกเหนือจากนำไปใช้รักษาโรค เรื้อรังที่รักษาไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน
ความสำเร็จในการนำสเต็มเซลล์มาใช้ในวงการแพทย์และธุรกิจอุตสาหกรรมในช่วง 10 ปีมานี้ นับว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญ ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่อันดับ 2 ของโลกในวงการ แพทย์รองจากเรื่องการทำแผนที่รหัสพันธุกรรม และเป็นความมหัศจรรย์เทียบเท่ากับการบินของ พี่น้องตระกูลไรท์ แต่เป็นความหวังอันดับ1 ของผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังที่ไม่มีทางรักษา โรคที่ต้อง ทนทุกข์ทรมานทั้งกายและใจของตนเองและครอบครัว เป็นความหวังของผู้ที่หมดหวังรวมถึงคนพิการ (Hope for the Hopeless) สเต็มเซลล์เป็นสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้กับมนุษย์ชาติมา ตั้งแต่สร้างโลก