![]() |
การที่สารจะออกฤทธิ์ได้ สารนั้นจะต้องจับรีเซบเตอร์ของมันให้ได้ก่อน ซึ่งที่ผิวหนังกำพร้าเราจะมีรีเซบเตอร์ทางยาอยู่แล้ว การทายาต่างๆ จึงมักให้ผลได้ดี และยานั้นผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างมากมาย กว่าจะได้ออกมาเป็นยาต้องมีการทดลองว่าดีจริงหรือไม่ก่อนนำออกมาวางจำหน่าย
ส่วนเครื่องสำอาง สาระสำคัญที่อวดอ้างมีไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่ให้ผลดีและมีการศึกษาวิจัยอย่างแพร่หลาย ส่วนสาระสำคัญอื่นๆ ที่ทยอยกันค้นพบในความมหัศจรรย์อาจยังต้องมีการวิจัยอีกเพิ่มเติม ไม่ใช่ครีมอะไรออกมาใหม่ก็น่าใช้ไปหมด และอีกหลากหลายเหตุผล เช่นสาระสำคัญอาจมีน้อยไป ตำรับอาจไม่คงตัว อนุภาคอาจใหญ่เกินไปเหล่านี้ก็เป็นข้อแตกต่างของผลลัพธ์ระหว่างยาและเครื่องสำอาง
คอลลาเจนในผิวหนังและเครื่องสำอางมีกี่แบบ
คอลลาเจนที่พบในผิวหนังมี 2 ชนิด คือ ชนิดที่ละลายน้ำ ซึ่งชนิดนี้ทำให้ผิวอุ้มน้ำได้ดีแลดูอิ่มเอิบ และชนิดที่ไม่ละลายน้ำ ชนิดนี้จะไม่อุ้มน้ำทำให้ผิวเราแลดูเหี่ยว เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจึงดูมีริ้วรอยและเหี่ยวแห้งในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจึงมีการเติมสารคอลลาเจนลงในผลิตภัณฑ์ ซึ่งมี 2 แบบได้แก่
ไฮโดรไลท์คอลลาเจน คอลลาเจนชนิดนี้มีขนาดเล็ก ทำให้ละลายน้ำได้ดีและซึมสู่ผิวเร็วขึ้น
โซลูเบิล คอลลาเจน คอลลาเจนชนิดนี้มีขนาดใหญ่กว่ารูของผิวหนัง จึงดูดซึมสู่ผิวช้ามาก